พช. ร่วมโครงการ “เพิ่มพูนองค์ความรู้เพื่อสนับสนุนการขยายผลการพัฒนาพื้นที่ตามแนวพระราชดำริ และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567”

พช. ร่วมโครงการ “เพิ่มพูนองค์ความรู้เพื่อสนับสนุนการขยายผลการพัฒนาพื้นที่ตามแนวพระราชดำริ และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567”
มุ่งมั่นในการสืบสาน รักษา และต่อยอด ให้คนมหาดไทย ยึดหลักในการทำงานที่ดี เพื่อ บำบัดทุกข์บำรุงสุข ให้กับพี่น้องประชาชนอย่างยั่งยืน

วันนี้ (27 ส.ค. 2567) นายเชษฐา โมสิกรัตน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในการเปิดโครงการ “เพิ่มพูนองค์ความรู้เพื่อสนับสนุนการขยายผลการพัฒนาพื้นที่ตามแนว
พระราชดำริ และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567” โดยมี ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา นายวัชรเดช เกียรติชานน รองหัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย นางสาวเอกรัตน์ นาคาคง ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย นายอังกูร ศีลาเทวากูล ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย
นายศรัณยู มีทองคำ ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย นายพงษ์นรา เย็นยิ่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย นางสาวณฐธนา คงรัตนชาติ ผู้ตรวจราชการกรมกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ผู้แทนส่วนราชการระดับกรมและรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย รองผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าสำนักงานจังหวัด เข้าร่วมผ่านช่องทางออนไลน์ จำนวน 1,164 คน ณ โรงแรมรามา การ์เด้นส์ กรุงเทพฯ

ในการนี้อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายสยาม ศิริมงคล มอบหมายให้ข้าราชการในสังกัดเข้าร่วมการฝึกอบรมทั้งภาคทฤษฎี และเดินทางไปสถานที่ศึกษาดูงานมูลนิธิโครงการหลวง
ณ สถาบันการเรียนรู้มูลนิธิโครงการหลวงและร้านโครงการหลวง สาขา Outlet กรุงเทพฯ ด้วย

โอกาสนี้นายเชษฐา โมสิกรัตน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้เป็นวิทยากรพิเศษบรรยายในหัวข้อ “กระทรวงมหาดไทยและการบูรณาการการขับเคลื่อนโครงการพระราชดำริและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” จากนั้น ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ได้บรรยายในหัวข้อ “หลักการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และการน้อมนำมาปฏิบัติ” ให้กับผู้เข้าร่วม โครงการได้รับฟัง

นายเชษฐาฯ กล่าวว่า หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เป็นหลักการที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระราชทานเพื่อเป็นแนวทางในการใช้ชีวิตให้กับคนไทยมายาวนานหลายทศวรรษ ซึ่งเศรษฐกิจพอเพียงโดยหลักแล้วไม่ได้หมายความเพียงแค่การทำเกษตรกรรมปลูกผักสวนครัวเพียงเท่านั้น แต่มีใจความสำคัญคือมุ่งให้คนไทยรู้จักการพึ่งพาตนเอง และพัฒนาตนเองให้เกิดความยั่งยืนในชีวิต ซึ่งในวันนี้ทุกท่านที่เข้าร่วมโครงการล้วนเป็นข้าราชการในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ที่มีความพร้อมในการพัฒนาตนเองอยู่แล้ว ดังนั้นสิ่งที่เราสามารถน้อมนำเอาหลักการปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาพัฒนาในการทำงานได้ จะต้องเริ่มจากการพัฒนาแบบ “ระเบิดจากข้างใน” คือการปลุก Passion ให้เรากล้าทำงานแบบรุกรบ กล้าที่จะเริ่มพัฒนาจากสิ่งเล็ก ๆ นั่นคือการพัฒนาตนเอง เช่น การดูแลความสะอาดของที่นอน โต๊ะทำงาน ยึดมั่นหลักการเป็นข้าราชการที่ดี เป็นต้น ซึ่งถ้าหากเราสามารถ ครองตน พัฒนาตนเองได้แล้ว ก็จะสามารถต่อยอดไปพัฒนาส่วนอื่นๆที่เป็นเรื่องใหญ่ ให้สามารถสร้าง Impact ในการคิดวิธีแก้ไขปัญหา
เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้มากยิ่งขึ้น

“นอกจากนี้ สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่ง คือ ทุกท่านที่เข้ามาร่วมโครงการในวันนี้ จะต้องมี “จิตอาสา” ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการทำงาน ในฐานะคนมหาดไทยที่จะต้องเข้าไปบำบัดทุกข์บำรุงสุขคอยดูแลพี่น้องประชาชนในทุกพื้นที่ เราจะต้อง เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา ในปัญหาต่าง ๆ ที่พี่น้องประชาชนต้องการความช่วยเหลืออย่างถ่องแท้ และเต็มใจที่จะทำหน้าที่ราชสีห์ผู้พิทักษ์ ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนให้มากที่สุดอีกด้วย” นายเชษฐาฯ กล่าว

ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา กล่าวว่า ในวันนี้ทุกท่านเป็น “ข้าราชการ” ที่หมายถึง ข้ารับใช้ขององค์พระราชาและประชาชน เพราะฉะนั้น เราจะต้องทำหน้าที่เป็นข้าราชการที่ดี ต้องยึด “หลักทศพิธราชธรรม” ซึ่งเป็นหลักการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร น้อมนำมาเป็นแนวทางในการทำงานเพื่อสังคมส่วนรวมอย่างแท้จริง เพราะว่าเมื่อใดก็ตามที่เรามีคุณธรรมนำจิตใจในการรับราชการ ก็ย่อมจะสามารถเป็นพลังที่เข้าไปทำงานเพื่อดูแลพี่น้องประชาชน
ได้อย่างสุดกำลังความสามารถตามไปด้วย มากไปกว่านั้น คือเราจะต้องร่วมกันสานต่อพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการ “สืบสาน รักษา และต่อยอด” แนวทางพระราชดำริและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ไว้ เพื่อที่เราจะได้ “สืบสาน” สิ่งที่มีคุณค่า “รักษา” สิ่งที่ดีงาม และ “ต่อยอด” สิ่งที่เป็นประโยชน์ เพื่อพัฒนา ความเป็นอยู่คุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนให้มีความผาสุกอย่างยั่งยืน

(Visited 1 times, 1 visits today)